สวนอรุโณทัย

เกษตรพอเพียง สวนอรุโณทัย


ใส่ความเห็น >

คุณดำรงศักดิ์ วิรยศิริ เป็นเกษตรกรที่ให้ความสนใจในการปรับปรุงพันธุ์ไม้ผล เริ่มต้นผสมพันธุ์ขนุนตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2542 โดยใช้ขนุนพันธุ์คุณหญิงเป็นพ่อพันธุ์

ขนุนพันธุ์คุณหญิง จัดเป็นขนุนพันธุ์ดีอีกสายพันธุ์หนึ่งของไทยที่มีการปลูกมานานแล้ว ซึ่งเจ้าของพันธุ์ คือ ม.ร.ว.มนทรีย์ รุ่งเรืองสุข และขนุนต้นแม่ดั้งเดิมปลูกอยู่ที่ซอยพระอรรถราชปรารภ กรุงเทพมหานคร และปัจจุบันต้นแม่พันธุ์ถูกน้ำท่วมได้ตายไปแล้ว คุณดำรงศักดิ์ วิรยศิริ ได้กิ่งพันธุ์มา 1 ต้น ได้มานานกว่า 30 ปีแล้ว เหตุผลที่ขนุนสายพันธุ์นี้ไม่เป็นที่รู้จักมากนักเพราะไม่มีการเผยแพร่ และสมัยแรกๆ จะค่อนข้างหวงพันธุ์ แต่มาถึงปัจจุบันเริ่มมีขนุนสายพันธุ์นี้มาแกะขาย และเกษตรกรที่ปลูกขายผลผลิตจากสวนได้เฉลี่ยกิโลกรัมละ 15 บาท โดยชั่งทั้งผล นับว่าได้ราคาดีพอสมควรและแม่ค้าที่ซื้อผลผลิตไปขายจะชอบใจเป็นพิเศษ ตรงที่เป็นขนุนที่ผ่าออกมาแล้วได้เปอร์เซ็นต์เนื้อมากกว่า 60% ถ้าพูดแบบชาวบ้านก็คือ มีแต่เนื้อ พบซังน้อยมาก และพันธุ์ทองประเสริฐเป็นแม่พันธุ์

ในหนังสือ “ชนิดและพันธุ์ไม้ผลเมืองไทย” ซึ่งเขียนโดย รศ.วิจิตร วังใน ได้บอกถึงประวัติความเป็นมาของขนุนพันธุ์ทองประเสริฐได้มาจากการเพาะด้วย เมล็ดขนุนไม่ทราบชื่อพันธุ์ ซึ่งนำมาจากอำเภอเบตง จังหวัดยะลา เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2530 และคัดเลือกต้นที่มีลักษณะดีไว้ 1 ต้น จากจำนวน 20 ต้น ที่อำเภอแกลง จังหวัดระยอง เมื่อปี พ.ศ. 2540 ได้ขยายพันธุ์เพิ่มจำนวนประมาณ 1,000 ต้น ปลูกเป็นขนุนนอกฤดู สามารถให้ผลิตผลได้ 2 รุ่น ต่อปี โดยเก็บเกี่ยวได้ประมาณ 135 วัน หลังดอกบาน คือประมาณเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม และช่วงเดือนกรกฎาคม ผลเป็นแบบผลรวม รูปทรงค่อนข้างกลมถึงกลมรี ผิวเปลือกผลมีสีเขียวจนถึงผลแก่ และอาจจะมีสีน้ำตาล มียางน้อย เนื้อสีเหลือง ค่อนข้างเหนียว รสชาติหวาน ค่าความหวาน 22-23 องศาบริกซ์

การเริ่มต้นผสมพันธุ์ขนุนนั้น คุณดำรงศักดิ์ บอกว่า เกษตรกรจะต้องรู้จักดอกตัวผู้และดอกตัวเมียขนุนเป็นลำดับแรก วิธีสังเกตง่ายๆ ดอกตัวผู้จะมีลักษณะก้านเล็ก ส่วนดอกตัวเมียจะมีก้านใหญ่และมักจะออกจากลำต้นหรือกิ่งใหญ่ เมื่อเลือกดอกตัวเมียได้แล้วเราจะต้องใช้ถุงคลุมดอกเอาไว้ เมื่อดอกตัวเมียมีความพร้อมจะเห็นหนาม จะออกมาเป็นแฉกๆ ควรจะผสมพันธุ์ในช่วงเวลาเช้า เด็ดเอาดอกตัวผู้ของพันธุ์คุณหญิงมาทาบริเวณแฉกของดอกตัวเมียพันธุ์ทอง ประเสริฐ หลังจากทาแล้วจะต้องคลุมถุงให้มิดชิด หลังจากนั้นประมาณ 7 วัน เปิดถุงดูว่าผสมติดแล้วมีขนาดของผลใหญ่ขึ้นและไม่มีอะไรมารบกวน เปิดแล้วจะต้องหาถุงมาห่อผลจนผลแก่ ซึ่งใช้เวลานานประมาณ 4 เดือน ถึง 4 เดือนครึ่ง เมื่อขนุนลูกผสมสุกคุณดำรงศักดิ์ได้คัดเลือกเมล็ดที่มีความสมบูรณ์มาเพาะ และนำไปปลูกในแปลงได้ขนุนสายพันธุ์ใหม่ ประมาณ 60 ต้น มาถึงปี พ.ศ. 2552 บรรดาขนุนลูกผสมที่เพาะเมล็ดทั้งหลายได้ออกดอกและติดผลกันเกือบทุกต้น จากการใช้เวลาในการผสมพันธุ์ขนุนนาน 5 ปี คุณดำรงศักดิ์ บอกว่า คุ้มกับเวลาที่เสียไป เพราะได้ขนุนพันธุ์ใหม่ที่เกิดขึ้นมาจากฝีมือมนุษย์ ไม่ต้องเสียเวลาไปคัดเลือกจากธรรมชาติ พบว่า หลายต้นมีแนวโน้มจะเป็นพันธุ์ที่ดีกว่าพ่อและแม่พันธุ์ ตัวอย่างต้นที่ 18 ให้ผลผลิตที่มีเนื้อหนาประมาณ 2 เซนติเมตร เมื่อนำมาชั่งได้น้ำหนัก 5 ยวง ต่อกิโลกรัม และได้ตั้งชื่อว่า “เพชรดำรง” บางต้นให้ผลผลิตดกมาก และมีลักษณะของทรงผลกลมและขนาดของผลไม่ใหญ่จนเกินไป มีน้ำหนักเฉลี่ย 2-3 ผล ต่อกิโลกรัม ขนาดของผลใหญ่ๆ พอกับผลทุเรียน ในอนาคตตลาดมีความต้องการผลขนุนที่มีขนาดไม่ใหญ่มากนัก สะดวกต่อการบริโภคและซื้อเป็นของฝาก เมื่อได้เมล็ดและนำไปเพาะให้ต้นมีความสูงประมาณ 1 ศอก หลังจากนั้น จะนำต้นเพาะเมล็ดมายกตุ้มทาบกับต้นขนุนใหญ่ ใช้เวลาเพียง 1-2 ปี ก็จะทราบผลว่าเป็นขนุนพันธุ์ดีหรือไม่

ขนุนพันธุ์เพชรดำรง ที่มีลักษณะดีเด่นมากมายหลายประการ อาทิ จัดเป็นขนุนเนื้อสีเหลืองที่มีความหนามาก ถ้าผลสมบูรณ์เต็มที่และมีการบำรุงรักษาอย่างดี เนื้อจะหนาถึง 2 เซนติเมตร เมื่อนำเนื้อไปชั่งน้ำหนักจะได้ 5 ยวง ต่อ 1 กิโลกรัม เนื้อมีความแข็งและกรอบ เมื่อนำมาแกะขายจะวางตลาดอยู่ได้นาน เพราะเนื้อไม่เละ เมล็ดมีขนาดเล็กมาก อีกทั้งเยื่อหุ้มเมล็ดบาง (ในขณะที่พันธุ์ทองประเสริฐมีขนาดของเมล็ดใหญ่กว่า และเยื่อหุ้มเมล็ดหนา) และได้มีการใช้ชื่อสายพันธุ์ว่า “เพชรดำรง” จัดเป็นขนุนสายพันธุ์ดีที่น่าส่งเสริมให้มีการขยายพื้นที่ปลูกอีกสายพันธุ์ หนึ่ง ที่สำคัญเป็นขนุนพันธุ์ดีที่ได้จากความพยายามและผสมพันธุ์ด้วยฝีมือมนุษย์ ใช้เวลายาวนานถึง 10 ปี เมื่อขยายพันธุ์ด้วยวิธีการทาบกิ่งและนำไปปลูก ใช้เวลาประมาณ 3-4 ปี จะเริ่มให้ผลผลิต และมีขนาดน้ำหนักผลเฉลี่ย 8-10 กิโลกรัม ผู้เขียนได้ทดลองชิมขนุนลูกผสมพันธุ์ดีจะต้องยอมรับว่ามีรสชาติหวานอร่อยมาก เหมาะที่จะปลูกเพื่อแกะยวงขาย นอกจากนั้น ด้วยความหนาของเนื้อยังสามารถนำไปแปรรูปโดยการเชื่อมหรือนำไปทอดแบบทุเรียน ทอดกรอบได้

สภาพแวดล้อมและการปลูกขนุน

1. ชนิดของดิน ขนุนเป็นไม้ผลที่ขึ้นได้ในดินเกือบทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นดินร่วน ดินร่วนปนทราย ดินทราย ดินเหนียว ดินลูกรัง ปกติขนุนชอบดินร่วน หรือดินร่วนปนทรายที่ต้องระบายน้ำดี ส่วนดินเหนียวหรือดินทรายต้องมีการปรับปรุงด้วยการใส่ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก มากๆ จะช่วยให้ขนุนเจริญเติบโตได้ดีขึ้น

2. ความสมบูรณ์ของดิน ขนุนชอบดินที่มีความอุดมสมบูรณ์สูง มีอินทรียวัตถุมาก ซึ่งทำให้ดินมีสีดำ ขนุนจะเจริญเติบโตได้เร็ว ให้ผลดก ผลใหญ่ เนื้อยวงมีสีเข้ม และมีรสหวานกว่าขนุนที่ปลูกในดินที่มีสภาพความสมบูรณ์ต่ำ อาจสังเกตว่าพืชที่ขึ้นปกคลุมอยู่นั้น ถ้ามีการเจริญเติบโตดี ใบมีสีเขียวเข้ม แสดงว่าดินมีความอุดมสมบูรณ์สูง

3. ความเป็นกรด-ด่างของดิน ขนุนขึ้นได้ในดินที่มีค่าความเป็นกรด-ด่าง 6-7.5 ถ้าดินมีค่าความเป็นกรด-ด่างต่ำกว่า 6.0 ดินจะเป็นกรด ซึ่งจะเกิดการตรึงจุลธาตุและฟอสเฟต ต้องปรับแก้โดยการใช้ปูนเพื่อการเกษตร นิยมใช้ปูนโดโลไมต์ ปูนมาร์ล การปรับแก้ความเป็นกรดของดินต้องใช้หลักการใส่ครั้งละน้อยๆ แต่บ่อยครั้ง เพื่อให้เกิดการปรับตัวขึ้นทีละน้อยๆ ช่วงความเป็นกรด-ด่าง ระดับ 6.0-7.5 ช่วงนี้ทำให้ขนุนสามารถใช้ปุ๋ยได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขนุนจะตอบสนองต่อปุ๋ยอย่างเต็มที่

4. ทำเลปลูกขนุน ต้องเป็นที่ที่น้ำไม่ท่วม และดินต้องมีการระบายน้ำได้ดี ต้นขนุนไม่ชอบน้ำท่วมขัง ดังนั้น พื้นที่ลุ่มที่ใช้ปลูกขนุนจึงต้องทำโคกหรือทำสันร่องแบบร่องจีนจึงปลูกขนุน ได้

สรุปได้ว่า การปลูกขนุนในเชิงพาณิชย์ในอนาคตจำเป็นต้องมีการจัดการดูแลเพิ่มเติมกว่าที่ เคยปฏิบัติมา โดยเฉพาะในเรื่องของการให้ปุ๋ยและน้ำ ต้นขนุนไม่ชอบสภาพพื้นที่ปลูกที่มีน้ำขังแฉะหรือมีการระบายน้ำไม่ดี สำหรับเรื่องโรคและแมลงศัตรูขนุนถือว่าน้อยกว่าไม้ผลเศรษฐกิจชนิดอื่นๆ สามารถผลิตในระบบอินทรีย์หรือปลอดสารพิษได้
http://www.matichon.co.th

 “อรุโณทัยพันธุ์ไม้”

ที่อยู่  68/248  ม.5 มบ.ดิสคอฟเวอรี่บาหลีก้า  ถ.พระองค์เจ้าสาย ต.ลาดสวาย
อ.ลำลูกกา ปทุมธานี 12150

จำหน่ายขนุนเพชรดำรง สายพันธุ์เเท้ จากต้นเเม่พันธุ์  

ราคา 300 ,400, 1000 ,3000 บาท   ต่อต้น

ราคาตามขนาด ความสูงของต้น เราจำหน่ายทุกขนาด  พันธุ์จากเเหล่งกำเหนิดขนุนเพชรดำรง 

รับรองสายพันธุ์จากกรมวิชาการเกษตร  

สนใจติดต่อ :0852223259 


ใส่ความเห็น

จำหน่ายมะขามเเดง

จำหน่ายต้นพันธุ์มะขามเเดงหรือมะขามเลือด เป็นมะขามเปลี้ยว เนื้อในสีเเดง


ใส่ความเห็น

จำหน่ายต้นส้มโอทับทิมสยาม

ต้นพันธุ์ส้มโอทับทิมสยาม

เมื่อประสบความสำเร็จเกษตรกรรายอื่น ๆ ในอำเภอปากพนัง จึงนำมาปลูกบ้างจนเป็นผลให้ทั่วทั้งพื้นที่เต็มไปด้วยสวนส้มโอปลูกส้มโอ ที่มีรสชาติหวานเข้ม กุ้งมีสีแดงอมชมพู พันธุ์ขาวพวง มีรสชาติหวานอมเปรี้ยวต่อมาในปี พ.ศ.2523 นายหวัง มัสแหละ ได้นำ พันธุ์ส้มโอ 3 ต้นมาจาก บ้านบราโอ ตำบลประจัน อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี เป็นส้มโอที่มีผลเหมือน พันธุ์ขาวพวง มีกุ้ง เนื้อสีชมพูค่อนข้างแดง เป็นพันธุ์พื้นเมือง ผลมีขนาดใหญ่ แต่มีรสขม แต่เมื่อนำมาทดลองปลูกที่บ้านแสงวิมาน ผลปรากฏว่าออกลูกและมีรสชาติหวานขึ้น ผิวผลมีสีเขียวเข้ม และมีขนอ่อนนุ่มปกคลุมทั่วผล คล้ายกำมะหยี่ จากนั้นได้มีการปรับปรุงคุณภาพ สายพันธุ์แบบภูมิปัญญาท้องถิ่น ใช้เวลาหลายปี ในที่สุดก็ได้ส้มโอพันธุ์เนื้อสีแดงเข้ม แบบ สีทับทิมรสชาติหวาน หอม นุ่ม จึงมีการตั้งชื่อขึ้นมาใหม่ เป็น “พันธุ์ทับทิมสยาม”ลักษณะประจำพันธุ์ ของส้มโอพันธ์นี้คือ ใบค่อนข้างกว้าง ปลายใบแหลม ใต้ใบมีขนอ่อนนุ่ม ผลมีขนาดใหญ่ เส้นรอบผลประมาณ 16-22 นิ้ว หัวจีบ ผิวผลมีขนอ่อนนุ่มคล้ายกำมะหยี่ปกคลุมทั่วทั้งผล เปลือกบางจากความอร่อยและต้องปากของคนไทย จึงทำให้ส้มโอพันธุ์นี้เป็นที่ต้องการของตลาดอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันราคาขายที่หน้าสวนจะอยู่ที่ ผลละ 50 บาท ราคาร้านค้าริมทางหลวง ผลละ 80-100 บาท ทุกวันนี้ที่อำเภอปากพนัง มีเกษตรกรปลูกส้มโอพันธุ์ทับทิมสยามกว่า 67.5 ไร่ จำนวน 40 ราย ในพื้นที่ 3 ตำบล ประกอบด้วย คลองน้อย เกาะทวด และ ปากพนังฝั่งตะวันตก โดยมีส้มโอที่ให้ผลแล้ว 30 ไร่ ยังไม่ให้ผลผลิต 37.5 ไร่ ซึ่งผลผลิตที่ได้เฉลี่ยที่ 40 ต้น ต่อ 1 ไร่สนใจอยากปลูกส้มโอทับทิมสยาม หรือส้มโอเเสงวิมาน ผมมีกิ่งพันธุ์จำหน่ายครับ ต้นละ 200 บาท ติดต่อสวนอรุโณทัย 0852223259

 


ใส่ความเห็น

มะม่วงพันธุ์ใหม่”ยู่เหวิน” จากไต้หวัน

มะม่วงพันธุ์ “ยู่เหวิน” มีถิ่นกำเนิดที่ไต้หวันและเป็นมะม่วงลูกผสมระหว่างพันธุ์ จินหวง กับมะม่วงพันธุ์ “อ้ายเหวิน” เป็นมะม่วงที่มีลักษณะเด่นและรสชาติดี คือ มีผลขนาดใหญ่ น้ำหนักผลเฉลี่ย 1-2.5 กิโลกรัม บริโภคได้ทั้งดิบและสุก ในระยะผลดิบหรือห่ามจะมีรสชาติหวานมัน (ไม่มีเปรี้ยวปน) ระยะผลสุกเนื้อจะมีรสชาติหวานหอม, ไม่เละ, ไม่มีเสี้ยนและไม่มีกลิ่นขี้ไต้ ที่สำคัญสีของผลมีสีม่วงเข้มดึงดูดใจแก่ผู้พบเห็น จัดเป็นมะม่วงแปลกและหายาก จำหน่ายกิ่งละ 500  บาท สูงประมาณ 80 ซม. เป็นกิ่งเสียบยอด ปลูกระยะเวลา 3 ปีให้ผล   สนใจติดต่อ อรุโณทัยพันธุ์ไม้ 0852223259


ใส่ความเห็น

ต้นตะขบยักษ์ใร้หนาม

ตะขบยักษ์ไร้หนาม

“ตะขบยักษ์ไร้หนาม” เป็นต้นเดียวกับต้น ตะขบป่าไร้หนาม หรือไม่ ขอยืนยันว่า เป็นต้นเดียวกัน ซึ่งตะขบป่าที่พบตามป่าธรรมชาติในบ้านเรามี 2 สายพันธุ์คือ ตะขบป่าไร้หนาม หรือ “ตะขบยักษ์ไร้หนาม” กับ ตะขบป่าลำต้นมีหนาม ทั้ง 2 ชนิด จะมีผลโตเหมือนกัน มีรสหวานหอม คนเดินป่าสมัยโบราณนิยมเก็บเอาผลไปวางขายในตลาดตัวเมืองได้รับความนิยมรับ ประทานอย่างแพร่หลาย ผมเองสมัยเป็นเด็กบ้านนอก พบเห็นตามป่าจนชินตา เวลาติดผลดกทั้งต้น กิ่งจะโค้งงอ สีของผลมีทั้งสีเขียว และสีม่วงคล้ำสวยงามน่าชมยิ่ง ซึ่งตะขบทั้ง 2 ชนิด เคยแนะนำในคอลัมน์ไปแล้ว แต่เมื่อมีผู้อ่านสงสัย ประกอบกับพบว่า “ตะขบยักษ์ไร้หนาม” หรือ ตะขบป่าไร้หนาม ใกล้จะสูญพันธุ์ พบตามป่าธรรมชาติน้อยมากแล้ว และทราบว่ามีผู้ตอนกิ่งออกวางขาย แต่ไม่ได้รับความนิยมเท่าที่ควร จึงรีบไขข้อสงสัย พร้อมกับรณรงค์ให้ช่วยกันปลูกก่อนที่จะสูญพันธุ์ไม่ได้ พบเห็นอีกทันที

ตะขบ ยักษ์ไร้หนาม หรือ ตะขบป่าไร้หนาม มีชื่อวิทยาศาสตร์คือ FLACOURTIA INDICA (BURMF) MERR PLACHNELLA SIAMENSIS อยู่ในวงศ์ FLACOURTIACEAE เป็นไม้ยืนต้นผลัดใบ สูง 2-10 เมตร กิ่งก้านมีข้อ ซึ่งชนิดที่แนะนำในคอลัมน์วันนี้เป็นชนิดไม่มีหนาม พบตามป่าธรรมชาติน้อยมาก น้อยกว่าชนิดที่ต้นมีหนาม เวลาติดผลคนเดินป่าเก็บผลไปขายประจำ จนทำให้ชนิดที่มีหนาม หนามทู่ไม่แหลมคมอีก ใบเป็นใบเดี่ยว ออกสลับ รูปไข่กลับ

ดอก ออกเป็นช่อกระจะที่ซอกใบและปลายกิ่ง มีดอกย่อยไม่มากนัก เป็นดอกแยกเพศอยู่คนละต้น ไม่มีกลีบดอก มีเกสรสีเหลืองปนขาวจำนวนมาก “ผล” ของ “ตะขบยักษ์ไร้หนาม” หรือ ตะขบป่าไร้หนาม เป็นรูปทรงกลม ผลโตเต็มที่เกือบเท่าผลมะนาว หรือลูกปิงปอง ผลดิบสีเขียว สุกเป็นสีแดงคล้ำ หรือ สีม่วงดำ เนื้อรสหวานหอม มีเมล็ด 5-8 เมล็ด คนโบราณก่อนกินเอาผลสุกไปคลึงให้ผลพอน่วมจะเพิ่มรสชาติให้หวานหอมอร่อยยิ่ง ขึ้น ติดผลทั้งปี ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด และตอนกิ่ง มีชื่อเรียกอีกคือ ตาลเสี้ยน, มะเกว๋นนก, มะเกว๋นป่า ใครต้องการกิ่งตอนไปปลูก ต้นละ 300 ติดต่อ อรุโณทัยพันธุ์ไม้ โทร:0852223259  ส่วนสรรพคุณทางยา ที่เด่นๆ ราก 1 กำมือ ต้มน้ำพอท่วมดื่ม 3-5 ครั้ง แก้ไตพิการ ทั้งต้น หรือราก ต้มน้ำอาบ แก้โรคผิวหนังที่เกิดจากประดงดีมากครับ.

สำหรับต้นที่ผมจำหน่ายขนาดเท่านี้ครับต้นละ 300 บาท


ใส่ความเห็น

จำหน่ายกรรไกร FELCO 4,5

จำหน่ายกรรไกรตัดเเต่งกิ่งไม้Felco 4 มีเเค่ 20 อันครับ ราคา 1690  บาท ค่าจัดส่ง EMS 80 บาท
จัดส่งทางไปรษณีย์ครับ ส่นใจสั่งได้ทางหน้าบอร์ดหรือส่งข้อความหาผมความครับ
โทร: 0852223259 ยศ สวนอรุโณทัย
โอนเงินผ่านบัญชี: ธนาคารทหารไทย
ชื่อบัญชี : นายสมยศ ฉลาดล้ำ  เลขที่บัญชี :1352175515

รายละเอียดของกรรไกรตัดกิ่ง :กรรไกรตัดแต่งกิ่งไม้ยี่ห้อ FELCO4
กรรไกรเฟลโก้4 ของเเท้(Made in Switzerland)
ผลิตในประเทศ สวิสเซอร์แลนด์
ใบมีดผลิตจากเหล็กกล้าคุณภาพสูง
มีร่องรอยบากที่ส่วนโคนใบมีดใช้ตัดลวดเส้นเล็กๆได้
มีร่อง sap groove ป้องกันการติดขัดของใบมีดที่เกิดจากน้ำยางของกิ่งไม้
ด้ามจับออกแบบให้จับสะดวกและมีน้ำหนักเบา
(forged aluminium),
เคลือบสารกันลื่นทีด้ามจับ (non-slip coating),
ตัดกิ่งได้โตสุด 1″
ความยาว 210 mm. / 8.5″
น้ำหนัก 220 กรัม
กรรไกรตัดกิ่ง Premium grade เหมาะกับเกษตรมือใหม่เเละมือเก๋าทุกท่าน
คุ้มค่าเเก่การลงทุน ลงทุนของเเพงครั้งเดียวจบ ไม่มีติดขัดใจภายหลัง
ใช้ยี่ห้อนี้แล้วจะลืมที่เคยใช้มาครับความเป็นมาของกรรไกรตัดกิ่ง felco เเละอุปกรณ์ของมีคมต่างๆของ

 ความเป็นมาของกรรไกรตัดกิ่ง felco เเละอุปกรณ์ของมีคมต่างๆของ Felco

โรงงานเเละขั้นตอนการผลิตที่ทันสมัยเน้นคุณภาพ

วิธีการถอดชิ้นส่วน เเละขัดล้างทำความสะอาดกรรไกร

คำยืนยันจากผู้ใช้งานกรรไกร Felco  ทั่วโลกครับ


ใส่ความเห็น

พันธุ์มะเดื่อฝรั่งของสวนอรุโณทัย

ผมใช้เวลาไม่นานในการรวบรวมสายพันธุ์มะเดื่อฝรั่ง หลังจากที่ทดลองปลูกเมื่อสี่ปีก่อน ปลูกเเบบในกระถาง เพราะก่อนหน้านั้นหลังจากทดลองปลูกในกระถางเเล้วไม่ค่อยได้ผลนักเพราะดูเเลไม่ค่อยดีเท่าที่ควร เลยปล่อยให้มันตายไป

เเละเเล้วความคิดอยากทดลองเเละรวบรวมสะสมพันธุ์ก็มาปิ๊งอีกรอบ ก็เลยต้องค้นหาเเละสะสมพันธุ์ใว้เพื่อปลูกเองเเละทำต้นพันธุ์จำหน่าย ส่วนหนึ่งของผมปลูกเเละดูเเลเอาใว้ที่ อ.หนองไผ่ จังหวัดเพชรบูรณ์  เเละอีกส่วนหนึ่งที่ผมทดลองปลูกในกระถางที่บ้านครับผมปลูกทุกสายพันธุ์ลงไปในกระถาง เเล้วก็ทดลองดูเเลรักษาให้น้ำให้ปุ๋ย เลี้ยงใว้ที่บ้านลำลูกกา คลองสี่

8เดือนเเล้วกับต้นพันธุ์มะเดื่อฝรั่ง (Figs)  12 สายพันธุ์ที่ผมสะสมใว้ปลูกเเบบประคับประหงมอย่างดี ตอนนี้มีกิ่งพันธุ์พร้อมออกจำหน่ายให้กับผู้ที่สนใจเเล้วครับ  ผมจำหน่ายต้นมะเดื่อฝรั่ง(Figs) ที่ต้นละ350  บาทครับ เพื่อนๆท่านใดสนใจอยากได้ไปปลูก หรืออยากเเวะมาพูดคุยหาข้อมูลในการปลูกเเละดูเเลรักษาเเวะมาได้ที่บ้านผมนะครับ  มาไม่ถูกโทรถามทางได้ครับ 0852223259 ยศครับ

- มะเดื่อฝรั่ง พันธุ์ ญี่ปุ่น (BTM 6)
- มะเดื่อฝรั่ง พันธุ์ อินคาโกล (INCA GOLD)
- มะเดื่อฝรั่ง พันธุ์อัลม่า  (ALMA)
- มะเดื่อฝรั่ง พันธุ์ เเบล๊กเเจ๊ค (BLACK JACK)
- มะเดื่อฝรั่ง พันธุ์ เเบล๊กมิชชั่น (BLACK MISSION)
- มะเดื่อฝรั่ง พันธุ์ บราวน์ตูรกี (BROWN TURKEY)
- มะเดื่อฝรั่ง พันธุ์ ดอร์ฟิน(DAUPHINE)
- มะเดื่อฝรั่ง พันธุ์ ดาโกต้า (KADOTA)
- มะเดื่อฝรั่ง พันธุ์ โคนาเดีย (CONADRIA)
- มะเดื่อฝรั่ง พันธุ์ ใวส์เจนัว (WHITE GENOA)
- มะเดื่อฝรั่ง พันธุ์สระเเก้ว
- มะเดื่อฝรั่ง พันธุ์คิงส์(king)


ใส่ความเห็น

มะม่วงไต้หวัน

งานวิจัยของศูนย์ปรับปรุงพันธุ์พืชเมืองไทนัน ไต้หวัน เกี่ยวกับเรื่องมะม่วงจะมีการพัฒนาสายพันธุ์มะม่วงให้สีผิวมีสีแดงมากขึ้นและสม่ำเสมอ จากการสำรวจในแปลงปลูกมะ ม่วงของศูนย์แห่งนี้ ยังมีพันธุ์มะม่วงลูกผสมใหม่หลายสายพันธุ์ มะม่วงลูกผสมพันธุ์ใหม่บางสายพันธุ์ของ ศูนย์ฯ แห่งนี้ได้ทำการปรับปรุงพันธุ์ให้ผลอ่อนมีสีแดงออกม่วงตั้งแต่ยังเป็นผลอ่อน นับว่ามีความก้าวหน้าและน่าสนใจมาก ผู้เขียนได้ยอดมะม่วงพันธุ์ลูกผสมจากแปลงทดลองของศูนย์ฯ แห่งนี้มาหลายสายพันธุ์และเมื่อกลับมาถึงเมืองไทยได้นำยอดพันธุ์มะม่วงเหล่านั้นมาเสียบฝากไว้กับต้นมะม่วง R2E2 เวลาผ่านไป 3 ปี มีมะม่วงลูกผสมของไต้หวัน 2 สายพันธุ์เจริญเติบโตและพร้อมที่จะให้ผลผลิต โดยทางชมรมเผยแพร่ความรู้ทางการเกษตร ได้ตั้งชื่อมะม่วงลูกผสมว่า T1 และ T2 (T ย่อมาจาก Taiwan) เมื่อช่วงเดือนมีนาคม 2555 ที่ผ่านมามะม่วง T1 และ T2 ได้มีการออกดอกและติดผล

สิ่งที่สังเกตได้อย่างชัดเจนว่าในระยะที่ผลมะม่วง T1 และ T2 มีการติดผลเท่ากับนิ้วก้อย ผิวที่ผลจะเริ่มเปลี่ยนจากสีเขียวมาเป็นสีม่วงแดง โดยเฉพาะผล T1 เมื่อผลมีขนาดใหญ่ขึ้นสีของผิวจะออกสีม่วงเข้มขึ้น และเมื่อผลแก่จะมีสีม่วงทั้งผล มีน้ำหนักผลเฉลี่ย 1.5–2 กิโลกรัม จัดเป็นมะม่วงกินสุกที่รสชาติอร่อย เนื้อมีสีเหลืองละเอียดเนียน ไม่มีเสี้ยน ในปัจจุบันทางแผนกฟาร์ม ชมรมเผยแพร่ความรู้ทางการเกษตร ได้ขยายพื้นที่ปลูกมะม่วง T1 มากขึ้น ด้วยมั่นใจว่าปลูกและสามารถบังคับให้ออกนอกฤดูได้ในประเทศไทย ปัจจุบันนี้ในซูเปอร์มาร์เกตของห้างสรรพสินค้าใหญ่ ๆ ในกรุงเทพมหานคร เริ่มมีมะม่วงพันธุ์ต่างประเทศมาวางจำหน่ายหลายสายพันธุ์ อาทิ พันธุ์ R2E2,พันธุ์ปาล์มเมอร์, พันธุ์จินหวง ฯลฯ และขายได้ราคาแพงมาก ความจริงแล้วมะม่วงพันธุ์ T1 (TAIWAN เบอร์ 1) เมื่อผลแก่และนำมาวางขายด้วยผิวผลที่มีสีม่วงเข้มจะดึงดูดผู้ซื้อได้เป็นอย่างดี จากการสังเกตมะม่วงพันธุ์ T1 กับมะม่วงพันธุ์ยู่เหวิน (บางคนเรียกอี้เหวิน) เมื่อผลแก่จะมีสีผิวที่แตกต่างกัน แต่สิ่งหนึ่งที่ยืนยันได้ว่ามะม่วง T1 นั้น ผู้เขียนได้ยอดพันธุ์มาจากศูนย์ปรับปรุงพันธุ์พืชเมืองไทนัน

ระหว่างวันที่ 10-15 กรกฎาคม 2555 ที่ผ่านมา ผู้เขียนได้มีโอกาสไปดูงานการเกษตรที่ไต้หวันอีกครั้งหนึ่ง ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 4 ที่ผู้เขียนไปดูงานการปลูกมะม่วงในไต้หวันได้พบงานแปรรูปที่สำคัญของ การนำมะม่วงไปผลิตเป็นเบียร์มะม่วง มีทั้งบรรจุกระป๋องและบรรจุขวดเหมือนกับเบียร์ในบ้านเรา และเมื่อได้ชิมในรสชาติคนไทยที่ร่วมคณะไปดูงานทุกท่านต่างก็ยอมรับว่าเบียร์มะม่วงมีรสชาติอร่อยมาก บริโภคง่ายและมีกลิ่นของมะม่วง ผู้เขียนคาดว่าเบียร์มะม่วงของไต้หวันจะได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคเป็นอย่างดีในอนาคต.

http://www.dailynews.co.th/agriculture/149073

วันจันทร์ที่ 13 สิงหาคม 2555 เวลา 00:00 น.

 

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.